รั้วตาข่ายมีอายุการใช้งานกี่ปี?

วิธีการเลือกซื้อรั้วตาข่ายให้ได้คุณภาพดีและสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน

รั้วตาข่ายมีอายุการใช้งานกี่ปี?

รั้วตาข่ายเป็นหนึ่งในรั้วที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะใช้ในบ้านพักอาศัย ฟาร์ม พื้นที่เกษตรกรรมหรือพื้นที่ก่อสร้าง ด้วยคุณสมบัติที่ติดตั้งง่าย ราคาไม่สูง และสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้รั้วที่เลือกใช้นั้นมีความแข็งแรง ทนทานและคุ้มค่าในระยะยาว การเลือกซื้ออย่างใส่ใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยบทความนี้จะพาไปดูวิธีการเลือกซื้อรั้วให้ได้คุณภาพดีและสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าตามอายุการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

อายุการใช้งานของรั้วตาข่ายโดยทั่วไป

อายุการใช้งานของรั้วชนิดนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วัสดุที่ใช้ ประเภทของปมน็อต การติดตั้งและสภาพแวดล้อมที่ติดตั้ง โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ ดังนี้
  • ชนิดของลวด : ลวดที่ผลิตจากเหล็กกล้าหรือเหล็กคาร์บอนสูง (High Tensile) จะมีความแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นมากกว่ารั้วที่ผลิตจากลวดเหล็กธรรมดามาก ทำให้รั้วไม่เสียรูปหรือคืนรูปได้ดี ไม่หย่อและพัง ทำให้มีอายุการใช้งานมากกว่าลวดธรรมดามาก
  • การเคลือบป้องกันสนิมและความหนาของสารเคลือบ : ลวดเหล็กโดยทั่วไปจะมีการเคลือบป้องกันสนิม เช่น เคลือบด้วย PVC และการเคลือบด้วยสังกะสีหรือกัลวาไนซ์ โดยการเคลือบสังกะสีที่ความหนาแตกต่างกันจะทำให้รั้วมีความสนิมแตกต่างกันด้วย เช่น เคลือบสังกะสีหนาคลาส 3 จะทนสนิมได้มากกว่าการเคลือบทั่วไปถึง 4 เท่า และการเคลือบ Zn-Al (สังกะสี + อลูมิเนียม) จะทนกว่าการเคลือบสังกะสีอย่างเดียวที่ความหนาทั่วไปอีก 4 เท่าตัว เป็นต้น
  • ประเภทของรั้วตาข่ายหรือปมน็อต : ปมน็อตและลักษณะการสานของลวดรั้วตาข่าย มีผลต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานของรั้วเป็นอย่างมาก เช่น ปมน็อตประเภท Xknot จะมีอายุการใช้งานมากกว่า 4 เท่าของรั้วประเภท Hinge Joint เลยทีเดียว
  • ความหนาของลวด : ลวดที่มีคุณภาพเท่ากันและมีความหนามากกว่าก็จะมีความแข็งแรงและผุพังได้ช้ากว่าลวดขนาดเล็ก
  • สภาพแวดล้อมในการติดตั้ง : เช่น ในพื้นที่ที่เกษตรกรรมที่มีความชื่นสูง มีการใช้สารเคมีฉีดพ่นหรือใกล้ทะเล รั้วตาข่ายอาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติมาก
  • คุณภาพการติดตั้ง : การติดตั้งรั้วตาข่ายให้ถูกวิธีจะช่วยยยืดอายุการใช้งานของรั้วได้อย่างมาก ระบบเสาที่ดีก็มีผลด้วย เช่น เสารับแรงต้องมีความแข็งแรงมีคานค้ำยันขนาดใหญ่พอ รั้วและเสารั้วจะไม่ยึดแน่นจนขยับไม่ได้ ต้องมีช่องว่างให้รั้วรูดไปมาในแนวนอนได้เพื่อการสปริงตัวของรั้วที่ดีและไม่ทำให้เสาเอนล้ม

เลือกรั้วตาข่ายอย่างไรให้มีอายุการใช้งานได้อย่างยาวนานหรือเหมาะสมกับความต้องการ

เพื่อให้ได้รั้วตาข่ายที่มีอายุการใช้งานสูงสุดตามความเป็นจริง มีองค์ประกอบสำคัญติดังนี้
  • ปมน็อต : มีหน้าที่ทำให้รั้วไม่รูด ไม่เสียรูป พับหรือหย่อนพังง่าย ซึ่งปมน็อตที่ดีมีคุณภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุดต่อทั้งความแข็งแรงและอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น นั่นเอง
    • ประเภทและความหนาของสารเคลือบสารป้องกันสนิม : การเคลือบสารกันสนิมที่แตกต่างกัน ด้วยสังกะสีหรือกัลวาไนซ์ที่มีความหนาแตกต่างกัน จะทำให้รั้วมีความสามารถในการทนสนิมได้ต่างกัน แต่การเคลือบสังกะสีหรือกัลวาไนซ์หนาที่สุดก็จะมีความสามารถในการทนสนิมได้เพียงครึ่งหนึ่งของการเคลือบด้วยอลูซิงค์ เป็นต้น
  • คุณภาพและค่า Tensile Strength ของลวด : โดยคุณภาพของลวดมีความสำคัญมากกว่าขนาดของลวด เพราะหากว่าลวดใหญ่แต่หย่อนง่ายก็สามารถทำให้รั้วตาข่ายไม่แข็งแรงและอายุการใช้งานน้อย ในทางตรงกันข้าม หากใช้ลวดที่มีคุณภาพเท่ากันแต่มีขนาดลวดที่ใหญ่กว่าก็จะมีความแข็งแรงที่มากกว่า ดังนั้น การเปรียบเทียบกันที่ค่าความแข็งแรงของลวด จึงควรเปรียบเทียบกันที่ค่าความแข็งแรงหรือ Tensile Strength ไม่ใช่การเปรียบเทียบที่เพียงขนาดของลวด
  อย่างที่ PP Fence (พีพีเฟ้นซ์) มีรั้วตาข่ายให้เลือกใช้ถึง 3 รุ่นคือ
  • รุ่นสุดถูก ปม Hinge Joint : อายุการใช้งานของปมน็อตชนิดนี้ จะมีคุณภาพที่ดีเช่นเดียวกับรั้วลวดหนามและตาข่าย Chainlink ทั่วไปแต่มีราคาที่ถูกที่สุด ซึ่งมีการเคลือบกันสนิมด้วยสังกะสีหรือกัลวาไนซ์ >60GSM มีค่าความแข็งแรงลวดแนวนอนอยู่ที่ 600-900 N/mm2
  • รุ่นสุดคุ้ม ปม Xknot : รั้วตาข่ายแบบปมน็อตชนิดนี้มีอายุการใช้งานได้นานกว่าการใช้รั้วลวดหนามและตาข่ายทั่วไปหรือปมน็อตแบบ Hinge Joint มากถึง 4 เท่า เพราะมีการเคลือบสารกันสนิมด้วยสังกะสีหรือกัลวาไนซ์แบบคลาส 3 (>230 GSM) และมีค่าความแข็งแรงลวดแนวนอนอยู่ที่ 900-1200 N/mm2
  • XTMknot : รั้วตาข่ายแบบปมน็อตชนิดนี้มีอายุการใช้งานได้นานกว่าการใช้รั้วลวดหนามและตาข่ายทั่วไปหรือปมน็อตแบบ Hinge Joint มากถึง 12 เท่า เพราะมีการเคลือบสารกันสนิมด้วยอลูซิงค์อัลลอยคลาส 40 และมีค่าความแข็งแรงลวดแนวนอนอยู่ที่ 1235-1550 N/mm

รั้วตาข่ายแบบปมน็อต


  1. การเลือกสเปกของช่องตาข่ายที่มีความถี่และความสูงที่เหมาะสมกับการใช้งาน : เช่น รั้วตาข่ายช่องเล็ก (1-2 นิ้ว) เหมาะสำหรับการใช้กั้นสัตว์เล็ก เช่น ไก่ กระต่าย หรือสุนัขพันธุ์เล็ก หรือช่องใหญ่ (3 นิ้วขึ้นไป) จะเหมาะกับฟาร์มสัตว์ใหญ่หรือพื้นที่กว้าง หรือความสูงของรั้วที่เหมาะสมก็ควรพิจารณาตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น ป้องกันคนปีน ควรสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป, การป้องกันสัตว์ขนาดกลางถึงใหญ่ ควรมีความสูงที่ 1.5 – 1.8 เมตร หรือการป้องกันสัตว์ขนาดเล็ก ความสูงขนาด 1.2 เมตรก็เพียงพอ PP Fence (พีพีเฟ้นซ์) มีรั้วตาข่ายที่มี 3 ความถี่ 4 ความสูง ให้เลือกใช้ดังนี้
  • ความถี่ 5x10 ซม. / 2x4 นิ้ว มีความสูงตั้งแต่ 90, 120, 150 และ190 ซม. (เท่ากันทั้งหมด) : เป็นรั้วที่มีตาข่ายที่ถี่ที่สุด มีความสวยงามและแข็งแรงมากที่สุด จึงสามารถนำมาใช้งานได้หลากหลายมากที่สุด เช่น
    • ใช้เป็นรั้วล้อมพื้นที่อยู่อาศัยและกันขโมย เพราะเท้าสอดเข้าไปในช่องตาข่ายได้ยากมากที่สุด จึงไม่สามารถปีนข้ามรั้วตาข่ายได้
    • ใช้เป็นรั้วและคอกกั้นสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ด้วยความถี่และปมน็อตแบบ XTMknot ที่ปลอดภัยไร้คมจึงไม่ต้องกังวลว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะได้รับอันตราย
    • ใช้เป็นรั้วกั้นสัตว์ขนาดใหญ่ ด้วยความแข็งแรงและความถี่ที่สัตว์ใหญ่ไม่สามารถลอดหัวหรือปีนป่ายเข้ามายังพื้นที่ของคุณได้ จึงช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างยาวนานมากที่สุด
  • ความถี่ 10x10 ซม. / 4x4 นิ้ว มีความสูงตั้งแต่ 90, 120, 150 และ190 ซม. (เท่ากันทั้งหมด) : รั้วตาข่ายที่มีความถี่นี้จะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้งหมด สามารถนำไปใช้เป็นรั้วล้อมพื้นที่บ้านได้ เพราะมีคุณสมบัติที่ทั้งสวยและทนทาน สามารถตกแต่งให้สวยงามได้หลายรูปแบบ เช่น ใช้ไม้เลื้อยตกแต่งรั้ว, หรือแขวนกระถางต้นไม้ ฯลฯ นอกจากนั้น ยังใช้ล้อมกั้นสัตว์ขนาดกลาง เช่น สุนัข, แพะ, แกะหรือกวางได้ โดยลดปัญหาการมุดหัวลอดช่องตาข่ายและด้วยปมน็อตแบบ XTMknot ที่ปลอดภัยไร้คมจึงไม่ทำให้สัตว์เลี้ยงบาดเจ็บ
  • ความถี่ 10x20 ซม. / 4x8 นิ้ว มีความสูง 90 ซม. ด้านล่าง-ด้านบน 20x20 ซม. : นิยมใช้กั้นพื้นที่ฟาร์มและกั้นสัตว์ขนาดกลางถึงใหญ่ได้ดีกว่ารั้วตาข่ายที่มีช่องไล่ระดับความถี่ มีราคาประหยัดที่สุดแต่ยังคงประสิทธิภาพในการกั้นสัตว์

รั้วตาข่ายที่มีช่องไล่ระดับความถี่


  1. เลือกเสาที่เหมาะกับรั้วหรือตามความต้องการ : สำหรับการติดตั้งเสารั้วร่วมกับรั้วตาข่ายคุณภาพสูง วิธีการล็อครั้วกับเสาจะต้องมีช่องว่างให้รั้วสามารถรูดไปมาได้ในแนวนอน ซึ่งรั้วจะไม่ยึดติดแน่นกับตัวเสาเพื่อให้รั้วได้สามารถรูดแล้วสปริงตัวและส่งแรงไปยังเสารับแรงหัวท้ายที่แข็งแรงมากๆ ได้เมื่อถูกแรงปะทะ รั้งจึงจะแข็งแรง ไม่หย่อน เด้งได้ เสาไม่ล้มหรือพังง่าย
PP Fence (พีพีเฟ้นซ์) มีเสารั้วสำหรับใช้กับรั้วตาข่าย 3 ให้เลือกใช้ดังนี้
  • เสาสปริง ZAM : เสารูปตัง W ช่วยให้โอบยึดดินได้ดี ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนสูงสปริงตัวได้ดี ซึ่งออกแบบสำหรับใช้งานกับรั้วแบบตาข่ายโดยเฉพาะ สามารถล็อครั้วกับเสาได้แน่นหนาโดยไม่ต้องใช้ลวดพันและรั้วยังสามารถสปริงตัวได้ดี อีกทั้งยังสามารถกันสนิมได้มากที่สุดด้วยการเคลือบสาร Zn-Alu-Mg
  • เสา T POST : เสาเหล็กตันรูปตัว T แข็งแรงทนทานมาพร้อมกับแผ่นยึดใต้ดินป้องกันเสาเอนล้ม ใช้ร่วมกับคลิปลวดสปริงจะทำให้รั้ว สามารถรูดและสปริวตัวได้ มีเดือยทุกๆ 4 ซม. จึงช่วยพยุงรั้วได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเคลือบสีทูโทนป้องกันสนิมที่นอกจากจากจะสวยงามสะดุดตาแล้ว ยังยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี
  • เสาแป๊บน้ำ / เสาปูน : แนะนำสำหรับการใช้งานร่วมกับรั้วตาข่าย Hinge Joint รุ่นที่ถูกที่สุดหรือสำหรับรั้วที่ไม่มีเสารับแรงและแข็งแรงพอที่ดึงรั้วให้ตึงได้ในระดับมาตรฐาน โดยวิธีการติดตั้งเสารั้วสามารถพันยึดรั้วกับเสาให้แน่นทุกต้นได้เลย โดยเสาทุกต้นจะรับแรงด้วยกันทั้งหมด รูปแบบนี้รั้วจะมีความแข็งแรงน้อยกว่ารูปแบบที่มีเสารับแรงและต้องตั้งเสาถี่กว่า แต่ราคาจะประหยัดกว่าพื้นที่เล็กๆ หรือพื้นที่ที่แนวรั้วมีการหักมุมเยอะๆ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เสารับแรงเป็นจำนวนมาก

รั้วตาข่าย Hinge Joint


  1. เลือกเสารับแรงที่มีคุณภาพ ติดตั้งไว้ที่จุดหัวท้ายและจุดหักมุมของแนวรั้ว : เพราะเสารับแรงมีความสำคัญที่ส่งผลต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานของรั้วตาข่ายเป็นอย่างมาก เสารับแรงที่มีคุณภาพจะต้องมีความแข็งแรงเพียงพอ เพื่อให้สามารถรับแรงดึงรั้วที่สูงมากในขณะติดตั้งและทำให้รั้วตึงในระดับที่เหมาะสม สวยงามและไม่หย่อน และติดตั้งในตำแหน่งจุดหัวท้ายของแนวรั้วและส่วนของประตู โดยมีอุปกรณ์สำคัญคือ คานค้ำและเสาเหล็กกลมหนา รวมถึงจุดหักมุมต่างๆ ของพื้นที่และมีอุปกรณ์สำคัญคือ สมอ 3 ทิศทาง, แผ่นฐานคานค้ำที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และชุดลวดสปริงรั้งคานค้ำที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นได้อีกทางหนึ่ง

  2. รั้วตาข่าย แบรนด์ X™FENCE


  3. ตรวจสอบมาตรฐานและแบรนด์ผู้ผลิต : การเลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้และมี มาตรฐาน มอก. หรือ ISO จะช่วยลดปัญหาเรื่องคุณภาพในระยะยาว  อย่าลืมสอบถามเรื่องการรับประกันสินค้าและบริการหลังการขาย อย่างที่ PP Fence (พีพีเฟ้นซ์) รั้วตาข่าย แบรนด์ X™FENCE ผลิตและนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรั้วตาข่ายรายใหญ่และมีคุณภาพสูงที่สุดรายหนึ่งของโลก รับประกันสินค้าและงานติดตั้งพร้อมซ่อมฟรีสูงสุด 10 ปี เมื่อติดตั้งกับเรา
การเลือกซื้อรั้วให้ได้คุณภาพดีและมีอายุการใช้งานได้อย่างยาวนานคุ้มค่า ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาเท่านั้น แต่ต้องดูองค์ประกอบทั้งหมดดังที่เราได้กล่าวมา ไปจนถึงแบรนด์ผู้ผลิต การเลือกอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและงบประมาณในระยะยาว พร้อมทั้งมั่นใจได้ว่ารั้วของคุณจะคงทน แข็งแรงและใช้งานได้ยาวนานหลายปี หากคุณกำลังมองหา รั้วตาข่าย ที่ทนทานและเหมาะกับการใช้งานของคุณ อย่าลืมเลือก PP Fence (พีพีเฟ้นซ์) เพราะเราคือผู้นำด้านระบบรั้วตาข่ายแรงดึงและรั้วตาข่ายถักปมที่ทนสนิมและรั้วไม้ทนปลวกอันดับ 1 ของประเทศไทย คุณจึงมั่นใจได้เลยว่ารั้วต่างๆ ที่เราคัดสรรมาให้คุณจะเป็นสุดยอดของรั้วที่ดีและมีประสิทธิภาพระดับโลก

ติดต่อ PP Fence (พีพีเฟ้นซ์)
เว็บไซต์: https://www.ppfence.com
โทรศัพท์: 034-352614 ,092-271-6678
Line: @ppfence